Pages

Subscribe:

Ads 468x60px

Saturday, August 30, 2014

MT4 Template

MT4 Template

สำหรับบางท่านที่เทรดหลายคู่เงิน หรือเทรดหลาย Time Frame อาจจะประสบปัญหาในการ setup กราฟ เพราะต้องมาใส่ indicators หรือ tools ต่างๆ ลงไปในกราฟใหม่ทุกกราฟ ซึ่งถ้าใครยิ่งเทรดหลายคู่ยิ่งต้องทำเยอะ หรือบางทีเทรดเดอร์ setup กราฟไว้ในโบรกหนึ่งแล้ว อยากจะเอาค่าที่ setup ไว้ไปใช้กับโบรกอื่นบ้าง ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปด้วยการใช้เมนู Template ของ MT4 มาดูขั้นตอนกันเลย
1. หลังจากที่ใส่ indicator ตามระบบของตนเองเข้าไปในกราฟเรียบร้อยแล้ว ให้คลิกขวา เลือก Template>>save template จากนั้นเลือกโฟลเดอร์ที่จะเก็บ template ตั้งชื่อ และกด Save เพียงแค่นี้เราก็จะได้ template ส่วนตัวไว้ใช้งาน



2. หลังจาก save template เราก็สามารถเพิ่มกราฟใหม่ และเรียก template ที่เราบันทึกไว้ออกมาใช้งาน โดยคลิกขวา เลือก Template>>Load Template แล้วก็เลือก template ส่วนตัวของเราที่บันทึกไว้ จากนั้นกด Open ก็จะได้กราฟหน้าตาเหมือน template ต้นแบบ

 

 ศึกษาข้อมูลได้ที่  http://www.thaibestforex.com/forex/mt4-template/?/

Friday, August 29, 2014

Pips และ Lots คืออะไร

ทำความรู้จักกับ Pips และ Lots กันก่อน
คุณอาจจะได้เคยได้ยินคำว่า pips และคำว่า Lots ผมจะขยายความว่ามันคืออะไรและคำนวณกันอย่างไร
คุณ ควรใช้เวลากับเรื่องนี้มากพอสมควร มันเป็นความรู้ที่เทรดเดอร์ทุกคนจำเป็นต้องรู้ อย่าพึ่งนึกถึงเรื่องการเทรดจนกว่าคุณจะเข้าใจคำว่า pips และสามารถคำนวนกำไรและขาดทุนได้

คำว่า Pip คืออะไร
โดย ทั่วไป การเพิ่มขึ้นของค่าเงินนั้นจะบอกเป็น Pip ถ้า EUR/USD เคลื่อนที่จาก 1.2250 ไปที่ 1.2251 นี่คือเคลื่อนที่ไป 1 pip  PIP คือ จุดทศนิยมตัวสุดท้ายซึ่งถูกอ้างอิงจากราคาปัจจุบันของตลาด กำหนดให้มีสี่ตำแหน่งที่ใช้กัน ในบางโบรกเกอร์อาจจะมีถึงห้าตำแหน่ง  PIP เป็นสิ่งที่บอกให้คุณรู้ว่า คุณได้กำไรหรือขาดทุน
โดยแต่ละค่าเงินก็มี ค่างของตัวมันเอง มันเป็นสิ่งที่จำเป็นที่ต้องคำนวนค่าของ pip สำหรับค่าเงินนั้นๆ ค่าเงินที่ USD ขึ้นก่อน สามารถคำนวณได้ดังนี้

เช่น USD/JPY อยู่ที่ ราคา 119.80(โดยส่วนมากจะมีทศนิยมสองตำแหน่ง ) ในกรณีนี้ 1 pip เท่ากับ 0.01
ดังนั้น
USD/JPY
119.80
0.01 หารด้วย อัตราแลกเปลี่ยน = pip value
0.01/119.80 = 0.0000834
ดูเหมือนกับกว่ามีตัวเลขที่เยอะมากแต่เราจะอธิบายตัวเลขนี้ในภายหลัง
USD/CHF
1.5250
0.0001 หารด้วยอัตราแลกเปลี่ยน = pip value
0.0001/1.5250 = 0,0000655

USD/CAD
1.4890
0.0001 หารด้วยอัตราแลกเปลี่ยน = pip value
0.0001/1.48990 = 0.00006715

และในกรณีที่ US ดอลล่าร์ ไมได้อยู่เป็นตัวแรก และเราต้องการที่จะได้รับเป็นค่าของดอลล่า เราทำได้ดังนี้
EUR/USD
1.2200
0.0001 หารด้วยอัตราแลกเปลี่ยน = pips value
ดังนั้น
0.0001/1.2200 = EUR 0.00008196
แต่พวกเราต้องการทำให้เป็นหน่วย US ดอลล่าร์ เราจึงต้องคำนวนใหม่เป็น
EUR คูณ อัตราแลกเปลี่ยน
ดังนั้นจะเท่ากับ
0.00008196 * 1.2200= 0.00009999
เราปัดทศนิยมให้เป็นสี่ตำแหน่งจะได้เป็น 0.0001

GBP/USD
1.7975
0.0001 หารด้วยอัตราแลกเปลี่ยน = pip value
ดังนั้น
0.0001/1.7975 =GBP 0.0000556
แต่เราต้องการทำให้เป็นหน่วยของ US ดอลล่าร์ ซึ่งคำนวนได้ดังนี้
GBP*อัตราแลกเปลี่ยน
ดังนั้นจะได้เท่ากับ
0.0000556*1.7975=0.0000998
เราปัดเป็นทศนิยมสี่ตำแหน่งเป็น 0.0001

สำหรับ ค่าเหล่านี้ คุณไม่ต้องคำนวนอะไร เราอยากให้ทราบถึงที่มา ว่ามันมาอย่างไร ทั้งหมดนี้ โบรกเกอร์จัดการให้คุณแบบอัตโนมัติ  มันเป็นสิ่งที่ดีที่คุณควรจะรู้ว่ามัน ทำงานอย่างไร

Lots คืออะไร
ในตลาด Forex เทรดเป็นจำนวน Lots ,   ขนาดมาตรฐานสำหรับ Lot คือ 100000 units และมี Mini lot size ที่ 10000 units เมื่อคุณรู้แล้วว่า ค่าเงินนั้นวัดค่าเป็น pips ซึ่งเป็นการเพิ่มทีละน้อยของค่าเงินนั้น ซึ่งข้อดีของการเพิ่มทีละน้อย มันทำให้คุณสามารถเทรดได้จำนวนมากๆในแต่ละค่าเงินที่คุณเลือก และสามารถคำนวณกำไร ขาดทุนได้

สมมติว่าเราใช้ 100000 units (Standard size) เราจะคำนวนใหม่ให้เห็นค่าของ pip value
USD/JPY ที่อัตราแลกเปลี่ยน 119.80
(.01 / 119.80) x 100,000 = $8.34 per pip)

USD/CHF at an exchange rate of 1.4555
(.0001 / 1.4555) x 100,000 = $6.87 per pip)

EUR/USD at an exchange rate of 1.1930
(.0001 / 1.1930) X 100,000 = 8.38 x 1.1930 = $9.99734 rounded up will be $10 per pip)

GBP/USD at an exchange rate or 1.8040
(.0001 / 1.8040) x 100,000 = 5.54 x 1.8040 = 9.99416 rounded up will be $10 per pip.)

ซึ่ง โบรกเกอร์ของคุณอาจจะมีข้อตกลงที่แตกต่างกันในการคำนวน pip value สัมพันธ์กับ Lot size แต่ไม่ว่าสิ่งไหนก็ตามหนทางที่พวกเขาทำ พวกเขาจะต้องแจ้งให้คุณทราบ pips value ของการเทรดของคุณที่เวลานั้นๆ เป็นเท่าไร ขณะที่ตลาดมีการเคลื่อนตัว  pip value จะขึ้นอยู่กับค่าเงินอะไร ที่คุณเทรดอยู่ ณ ปัจจุบัน

คุณสามารถคำนวนกำไรและขาดทุนได้อย่างไร
ตอนนี้คุณรู้แล้วว่าจะสามารถคำนวน Pip value ได้อย่างไร ต่อไปนี้มาดูวิธีการคำนวนกำไรและขาดทุนของคุณ

Buy USD และ Sell Swiss francs
ที่อัตราที่แสดงราคาคือ 1.4525/1.4530  เพราะว่าคุณได้  Buy US คุณจะได้ราคา 1.4530
ไม่กี่นาทีผ่านไป ราคาเคลื่อนที่ไปที่ 1.4550 และคุณตัดสินใจที่จะปิดออเดอร์ของคุณ
ราคาที่แสดงใหม่ของ USD/CHF คือ  1.4550/1.4555
ผลต่างระหว่าง 1.4530 ถึง 1.4550 คือ 20 pips
ใช้สูตรก่อนหน้านี้ในการคำนวนจะได้
(.0001/1.4550) x 100,000 = $6.87 per pip x 20 pips = $137.40

จำไว้ว่า เมื่อคุณจะเข้าเทรด หรือออกจากการเทรด ให้คุณดูเสปรดในราคา  bid/offer(ask)

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  http://www.thaibestforex.com/forex/pips-lots/?/

Wednesday, August 27, 2014

จิตวิทยาในการเล่นหุ้น

จิตวิทยาในการเล่นหุ้น
ทำไม หลายคนซื้อหุ้นตัวไหนตัวนั้นจะลง แต่พอขายแล้วหุ้นกลับขึ้น หลายคนที่เล่นหุ้นในปัจจุบันจะรู้สึกเหมือนโชคไม่เข้าข้าง จริงๆแล้วมันเป็นเรื่องของดวงหรืออะไรกันแน่ ทฤษฎีการลงทุนต่างๆ ควรจะใช้ได้ดี เพราะหลักการลงทุนผู้ลงทุนควรจะเลือกลงทุนสิ่่งที่ดีและอยากได้กำไรไม่อยาก ขาดทุน แต่จริงๆกลยุทธิ์ต่างๆกลับใช้ไม่ได้ผลเพราะนักลงทุนแต่ละคนเองมี"อคติ"ยอม ขาดทุน หากคิดว่าหุ้นจะลงต่อ หรือยอมซื้อของที่แพงมากหากคิดว่ามันจะขึ้นไปต่อ สิ่งที่นักลงทุนทุกคนใช้ จริงๆจึงเป็นการ"คาดคะเน" ใช้ "สมอง"ประมวลสิ่งต่างๆจากข่าวสารและปัจจัยโดยรอบแต่หารู้ไม่ว่า สมองมีกระบวนการตัดสินใจลึกๆภายในที่ขึ้นอยู่กับ"อารมณ์"มากกว่า "เหตผล"ยกตัวอย่างการเลือกคู่ครองที่ใช้อารมณ์มากกว่าเหตผลแม้คนที่เรียน เก่ง มีสมองดีที่สุดก็มักใช้อารมณ์เป็นตัวตัดสินเรื่องที่สำคัญที่สุดในชีวิต มากกว่าเหตผล
  
นายเวอร์นอน สมิธ นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลปี 2002 ผู้ที่ศึกษาการเงินเชิงพฤติกรรมเคยกล่าวไว้ว่า "นักลงทุนทุกคนมีกล่องดำที่เป็นส่วนประมวลผลการตัดสินใจอยู่ในสมองโดยไม่มี ใครรู้ว่ากล่องดำอันนี้มีวิธีในการตัดสินใจอย่างไร แต่กระบวนการตัดสินใจนี้ไม่มีเหตผล เปลี่ยนแปลงไปตามสภาวะของจิตใจเป็นหลัก" เมื่อคนแต่ละคนไม่ได้ใช้ความมีเหตุ มีผลในการคิดแล้วการลงทุนที่เป็นสิ่งสะท้อนความคิดของนักลงทุนแต่ละคน ย่อมไม่มีเหตุผล ตลาดหุ้นเป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้เลย มีคนเคยตั้งคำถามว่า ทำไมคนที่เรียนด้านการลงทุน เก่งที่ 1-10 อันดับของระดับมหาวิทยาลัย Wharton กับไม่เคยมีชื่อเสียงในวงการลงทุนเลย ทำไมคนที่ IQ สูงขนาดนั้นถึงได้ไม่ประสบผลสำเร็จในตลาดหุ้นกัน
  
ย้อนกลับมาที่ ตลาดหุ้นไทยจะเห็นว่า คนที่ยิ่งฉลาด ยิ่งขาดทุนมากในตลาดหุ้น แต่คนที่ฉลาดปานกลางแต่หากมี EQ สูงแล้ว กลับสามารถประสบความสำเร็จได้มากกว่าเหตผลทั้งหมดจะค่อยๆถูกเฉลยในบทต่อๆไป ลองดูเหตการเหล่านี้
  
Ex1. คุณคิดว่าบริษัท A ผลประกอบการณ์ออกมาดีแน่ เลยซื้อหุ้นที่ราคาสิบบาท ตั้งใจจะขายในระยะสั้นๆที่่ 12 บาท เมื่อผลประกอบการณ์ออก แต่พอผลประกอบการณ์ออกมาดีดังคาดไว้ แต่ราคาหุ้นตกลงไป 8 บาท คุณทำใจขายทิ้งไม่ได้ (Avoid Regret) และคิดว่าหากราคาหุ้นกลับมาแค่เพียง10 บาท เท่าทุนก็จะขายไป ( Referance Point)
  
EX2. คุณซื้อหุ้นที่บริษัท B ที่ราคา 10 บาทจำนวน หมื่น หุ้น พอราคาหุ้นวิ่งไป 12 บาท คุณขายทำกำไรไป 20000 บาท พอราคาหุ้นวิ่งขึ้นไป 15 บาท คุณรู้สึกเสียดายอย่างมาก(เจ็บใจที่ขายเร็ว ขายหมู) พอราคาหุ้นเริ่มปรับตัวลงมาที่ 13 บาท คุณซื้อหุ้นกลับมาแต่คราวนี้ซื้อไป 20000 หุ้นเลย เพื่อเอากำไรเยอะๆ (โลภ เพราะพึ่งได้กำไรมา) ซื้อแล้วหุ้นวิ่งกลับไป 10 บาท เหมือนเดิม ปรากฏว่าเบ็ดเสร็จแล้วคุณขาดทุน 40000 บาท (งง?)
  
แม้ว่าสิ่งเหล่านี้ท่านเคยประสบมาหรือเคยได้รับ คำเตือนครั้งแล้วครั้งเล่า ว่าโปรดอย่าตามหลัง "มวลชน" แบบหลับหูหลับตา อันที่จริงคำว่า"มวลชน"นั้นไม่ใช่อื่นใด หากแต่เป็น"เรา "และ "ท่าน" นั้นเอง พฤติกรรมของ "มวลชน" ก็คือพฤติกรรมของคนทั่วไปหากมวลชนตัดสินใจผิดพลาดหรือเกิดปฏิกริยาทางอารมณ์ อย่างรุนแรงเพราะความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง เราและท่าน ก็ตกออยู่ในสภาพเช่นนั้นด้วยเช่นกัน
  
ดังนั้นลำพังการคิดว่าเรา ต้องปฏิบัติให้แตกต่างจากคนอื่นไม่เกิดประโยชน์ อะไร เพราะเรื่องเหล่านี้คนส่วนใหญ่ต่างทราบดีว่าควรทำอะไร ยกตัวอย่าง การสูบบุหรี่ ทุกคนทราบดีกว่า การเลิกบุหรี่เป็นสิ่งที่ถูกต้องแต่หากไม่"ปฏิบัติ"ก็ไม่มีทางก้าวพ้นจาก อุปสรรคทางความคิดและอารมณ์ที่ส่งผลให้เราไม่ประสบผลสำเร็จในตลาดหุ้นได้
  
ใน"วิกฤติ มีโอกาส" แต่จะมีซักกี่คน ที่มองข้ามผ่านเมฆหมอกแห่งความกังวลเห็นถึงวันข้างหน้าที่สดใสได้ ในเมื่อบรรยากาศทั้งหมด มันไม่เป็นเช่นนั้น ทุกอย่างดูจะแย่ลง แย่ลง คนเรามองเห็นสิ่งที่ใจรู้สึกหากบรรยากาศรอบตัวร้อนเราก็จะเห็นแค่ความร้อน เราจะนึกถึงเวลาอากาศเย็นไม่ถูกเลย สิ่งเหล่านี้เป็นวิทยาสาสตร์ที่พิสูจน์แล้วว่า คนเราใช้ความรู้สึก ณ ขณะนี้เป็นส่วนประกอบสำคัญในการตัดสินใจเรื่องใดๆ เช่น เวลาคนหิวจะชอปปิ้งมากกว่าเวลาอิ่มเป็นต้น
  
อารมณ์มีผลต่อการตัดสินใจ
คุณ อาจคิดว่าอารมณ์ดีหรืออารมณ์เสีย ไม่มีผลต่อการตัดสินใจ แต่จริงๆไม่ใช่แม้คนที่มีเหตผลที่สุดหากขาดซึ่งอารมณ์ ก็จะไม่สามารถตัดสินใจใดๆได้ โดยเคยมีการศึกษาเรื่องนี้โดยนักประสาทวิทยา ชื่อ แอนโทนิโอ ดามาชิโอ ได้รายงานว่ามีคนไข้ที่สมองส่วน Ventromedical Frontal Crotices ถูกทำลายซึ่้งเป็นสมองส่วนที่ทำให้เกิดอารมณ์ แต่สมองส่วนความจำความฉลาดและความสามารถในการใช้เหตผลยังเป็นปกติอยู่ แต่จากการทดลองหลายครั้งพบว่า การปราศจากอารมณ์ในกระบวนการตัดสินใจได้ทำลายความสามารถในการตัดสินใจอย่าง สมเหตสมผล หมดไปด้วย
  
ดังนั้นหากสถานการณ์ไม่ดี ทิศทางที่สมองที่คิดได้ จากข่าวสารและความรู้สึกคือ สิ่งที่ดำเนินต่อไป ของความไม่ดี จะให้สมองสั่งการว่า "ดี" จะเป็นการยากสมองจะสั่งการขัดแย้งออกมาทันทีว่า "ดีจริงหรือ" ใช้เหตผลอะไรที่คิดว่ามันจะดี ? ดังนั้นการซื้อหุ้นตอนที่บรรยากาศร้ายสุด แม้แต่คุณเองยังกลัว คงทำได้ยาก เพราะสมองจะคิดขัดแย้งออกมาว่า "จริงหรือ คราวนี้อาจลงยาวนะ"
  
เครื่องมือเทคนิคกับอารมณ์
บาง คนบอกว่าหากเราไม่ใช้อารมณ์เข้ามาในการลงทุนหุ้นแต่เชื่อเฉพาะเครื่องมือ ทางเทคนิคซึ่งเป็นเครื่องมือที่ไม่ได้อ้างอิงใดๆเกี่ยวกับอารมณ์ของตลาดล่ะ จะได้ผลหรือไม่? คำตอบแรก ก็ต้องบอกว่าท่านที่คิดแบบนี้ ยังไม่เข้าใจเครื่องเทคนิคที่ดีพอ เพราะจริงๆแล้วเครื่องมือทางเทคนิคคือการใช้หลักสถิติศาสตร์ถอดแบบสภาพความ เป็นจริงในตลาดหุ้นแล้วนำมาพยากรณ์ความเป็นไปได้ต่อไป ซึ่งความเป็นจริงในตลาดหุ้นที่ถูกนำมาถอดแบบนั้นเต็มไปด้วยอารมณ์"ความกลัว" และ "ความโลภ" ดังนั้นการใช้เครื่องมือก็ยังอิงกับอารมณ์ของตลาดอยู่ดี

คำ ตอบที่สอง ขออ้างถึงคุณ J. Wells wilder เจ้าของเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคยอดนิยม เช่น RSI (Relative Strength Index) PAR(Parabolic Sar) MOM ( Momentum) Volatility( แรงกระเพื่อมของระดับราคา) ซึ่งเครื่องมือทางเทคนิคเหล่านี้ สร้างชื่อเสียงให้กับ Wilder เป็นอย่างมาก แต่ในภายหลัง เขาได้ออกบทความใหม่ ที่ชื่อว่า Adam's Theory เป็นการปฏิเสธเครื่องมือทางเทคนิคของเขาที่คิดค้นมาก่อนหน้า โดยเขาบอกว่า ทฤษฎีใหม่นี้เป็นการตกผลึกในความคิด ความเข้าใจ ในเรื่องการลงทุน หลายสิบปีที่เขามี

ทฤษฎี Adam ตั้งอยู่บนข้อสรุปที่ว่า"ไม่มีเครื่องมือวิเคราะห์อันไหนที่สมบูรณ์ในตัว ที่สามารถชี้นำการตัดสินใจ ลงทุนได้อย่างแม่นยำและถูกต้อง 100% แต่เครื่องมือแต่ละชิ้นที่มีอยู่ในวงการ ต่างมีข้อบกพร่องในตัวเองไม่อาจ"จับตลาด"จนอยู่หมัดได้ ด้วยเหตุว่าตลาดว่า ตลาดนั้นไม่เคยหยุดนิ่ง ไม่มีลักษณะตายตัว แต่เป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นอื่นได้ตลอดเวลา

เขาตั้งคำถามว่า "หากเครื่องมือเหล่านั้นแม่นยำจริง ทำไมนักลงทุน ที่ใช้เครื่องมือเหล่านั้น จึงยังประสบความขาดทุนอยู่ เครื่องมือเหล่านั้นจะวิเคราะห์เฉพาะจุด ไม่ผิดกับตาดบอด คลำช้าง ไม่เห็นภาพรวมของตลาดหรือของตัวหุ้นนั้นๆ มันไม่สมบูรณ์ ไม่สามารถรับมือกับสถานการณ์ที่ผันแปรอยู่เสมอของตลาดหุ้นได้ "

ดังนั้นแม้เครื่องมือต่างอาจจะไม่มีความสมบูรณ์ในตัวมัน แต่หากเราเข้าใขอารมณ์ตลาด มาผสมผสานการ การวางแผน การลงทุนที่เข้าใจหลักจิตวิทยามวลชน การเล่นหุ้นจะทำได้ดียิ่งขึ้น โดยวิธีแก้ไขปัญหาเรื่องอารมณ์นั้น

Sunday, August 24, 2014

ประเภทของกราฟ ( Type Of Chart)

ประเภทของกราฟ (Type Of Chart)
กราฟแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักๆคือ
1. กราฟแท่งเทียน (CandleStick Chart)
2.กราฟแบบแท่ง (Bar Chart)
3.กราฟแบบเส้น (Line Chart)

เรามาดูรายละเอียดของแต่ละกราฟกันเลยนะครับ
          กราฟ แท่งเทียน (CandleStick Chart)กราฟแท่งเทียนจะแสดงราคาจากจุดสูงสุดถึงจุดต่ำสุดในช่วงเวลานั้น ภายในแท่งจะประกอบด้วย ตัวแท่ง (Body)  ใส้เทียน (shadow )บางคนเรียก เงาของแท่งเทียน แต่ผมขอใช้ศัพท์บ้านๆเรียกมันว่า ใส้เทียน  ตัวแท่งนั้นจะมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมจะแสดงราคาปิดและเปิดของแท่ง และที่ตำแหน่งของใส้เทียนบนสุดคือเราสูงสุด และที่ตำแหน่งใส้เทียนล่างสุด คือราคาต่ำสุด ณ ช่วงเวลานั้น



แท่งเทียนจะแบ่งออกเป็นสองประเภทคือ
1.Bullish Candle  คือ แท่งเทียนขาขึ้น สภาวะกระทิง
2.Bearish Candle คือ แท่งเทียนขาลง สภาวะหมี
รายละเอียดจะศึกษาในบทต่อไป


ประเภทของกราฟ (Type Of Chart)
กราฟแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักๆคือ
1. กราฟแท่งเทียน (CandleStick Chart)
2.กราฟแบบแท่ง (Bar Chart)
3.กราฟแบบเส้น (Line Chart)

เรามาดูรายลเอียดของแต่ละกราฟกันเลยนะครับ

กราฟ แท่งเทียน (CandleStick Chart)กราฟแท่งเทียนจะแสดงราคาจากจุดสูงสุดถึงจุดต่ำสุดในช่วงเวลานั้น ภายในแท่งจะประกอบด้วย ตัวแท่ง (Body)  ใส้เทียน (shadow )บางคนเรียก เงาของแท่งเทียน แต่ผมขอใช้ศัพท์บ้านๆเรียกมันว่า ใส้เทียน  ตัวแท่งนั้นจะมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมจะแสดงราคาปิดและเปิดของแท่ง และที่ตำแหน่งของใส้เทียนบนสุดคือเราสูงสุด และที่ตำแหน่งใส้เทียนล่างสุด คือราคาต่ำสุด ณ ช่วงเวลานั้น


แท่งเทียนจะแบ่งออกเป็นสองประเภทคือ
1.Bullish Candle  คือ แท่งเทียนขาขึ้น สภาวะกระทิง
2.Bearish Candle คือ แท่งเทียนขาลง สภาวะหมี
รายละเอียดจะศึกษาในบทต่อไป


  


กราฟ แบบแท่ง Bar Chart  จะแสดงเป็นแท่ง โดยมีราคาสูงสุด ราคาปิด ราคาเปิด ราคาต่ำสุด ลักษณะของ Bar Chart จะคล้ายๆกับแท่งเทียนเพียงแต่ไม่มีตัว Body เท่านั้นเอง ดูรูปประกอบเลยครับ


ลักษณะ ของกราฟแบบแท่งเทียนและกราฟแบบแท่งจะมีลักษณะคล้ายๆกันคือ ถ้าเป็นแท่งขาขึ้น ราคาปิดจะอยู่สูงกว่าราคาเปิด และถ้าเป็นแท่งขาลง ราคาปิดจะอยู่ต่ำกว่าราคาเปิด



กราฟแบบเส้น (Line Chart)กราฟแบบเส้นจะแสดงเฉพาะราคาปิดเท่านั้น โดยจะแสดงราคาเป็นเส้นกราฟ ตัวอย่างดังรูป ด้านล่าง

 

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  http://www.thaibestforex.com/forex/(-type-of-chart)/?/

Wednesday, August 20, 2014

วิธีการสมัครเปิดบัญชี Exness Forex





- เข้าสู่เว็บไซต์ www.exness.com
- เลือกภาษาที่เราต้องการ (ภาษาไทย)
- เลือกบัญชีการซื้อขาย

- แนะนำเลือกเปิดบัญชี MINI

- กรอกข้อมูล อีเมลล์ เบอร์โทร

- กรอกชื่อ-สกุล (ภาษาอังกฤษ)
- เลือก leverage และสกุลเงิน
- กรอกรหัสที่ได้รับทาง SMS และอีเมลล์

- แนะนำเลือกประเภทรักษาความปลอดภัยเป็นแบบ โทรศัพท์เคลื่อนที่
- สร้างรหัสผ่าน

- เลือกโบนัสที่ต้องการ

- ข้อมูลบัญชีที่เราเปิด

- จะมีอีเมลล์ 3 ฉบับ ส่งเข้าอีเมลล์ของเราเป็นข้อมูลทางบัญชีต่างๆ โปรดอ่านและเก็บไว้ดีดีครับ

วิธีสมัคร HotForex





1.เข้าไปที่หน้าเว็บเพื่อนสมัคร www.hotforex.com


2. กรอกข้อมูลของคุณ เลือกประเภทบัญชีและใส่ข้อมูลรายได้และอาชีพ เลือกบัญชีโบนัส หรืออาจจะไม่เลือกก็ได้ อย่าลืมอ่านเงื่อนไขในการรับโบนัสด้วย จากนั้นตอบโจทย์ Security Questions แล้วคลิ๊กที่กล่องสี่เหลี่ยมด้านล่าง
เพื่อยอมรับเงื่อนไขต่างๆ แล้วกด Open Live Account



3. หลังจากนั้นคุณจะได้เจอกับหน้าแสดงความยินดี แล้วให้คุณไปเช็คเมล์ของคุณ คุณจะได้รับลิงค์เพื่อยื่นยันตัวตน ให้กดที่ลิงค์นั้น


4. เมื่อกดลิงค์ที่ได้รับจากเมล์แล้ว คุณจะได้เจอกับหน้าแสดงความยินดีอีกครั้งสำหรับการยืนยันเมล์ของคุณ  และคราวนี้
ทางโบรคเกอร์ก็จะส่งหมายเลข ID และ Password ไปให้คุณทางเมล์ คุณก็เข้าไปเช็คเมล์ของคุณอีกรอบ


5. อีเมล์ที่คุณได้รับจะมีหน้าตาแบบนี้  จะมีID และ Password 2 ชุด ชุดแรก จะใช้กับการล็อกอิน เข้าเว็บไซด์ ส่วนอีกชุด
จะใช้ล็อกอิน เข้าโปรแกรม MT4 และ จะมีลิ้งค์ ดาวน์โหลด โปรแกรมเทรด MT4 และลิงค์เพื่อเข้าหน้ารายการหลักของคุณ เลือกที่ MyHotForex เพื่อเข้าหน้าหลักของคุณ


6. ใส่รหัส ID และ Password เพื่อเข้าหน้าเว็บหลักของคุณ


7. การยืนยันตัวตน เมื่อเข้าหน้าหลัก ให้คุณเลือกข้อ 1 เพื่อเข้าไปทำการยืนยันตัวตน


8. หลังจากนั้นอัพโหลดไฟล์ บัตรประชาชน,พาสปอร์ต หรือใบขับขี่ ไปเพื่อยืนยันตัวบุคคล (PLE) และอกสารใบเสร็จ ใบแจ้งหนี้ บิลต่างๆที่มีชื่อคุณอยู่ในนั้น เพื่อยืนยันที่อยู่ (POA) ไฟล์เอกสารที่ส่งจะต้องเป็น PDF หรือ JPG format เท่านั้น

จากนั้นคุณก็แค่รอให้ทางโบรคเกอร์ตรวจสอบและอนุมัติเท่านั้น ถือว่าเสร็จสิ้นขั้นตอนสมัครเรียบร้อยค่ะ






1.เข้าไปที่หน้าเว็บเพื่อนสมัคร www.hotforex.com


2. กรอกข้อมูลของคุณ เลือกประเภทบัญชีและใส่ข้อมูลรายได้และอาชีพ เลือกบัญชีโบนัส หรืออาจจะไม่เลือกก็ได้ อย่าลืมอ่านเงื่อนไขในการรับโบนัสด้วย จากนั้นตอบโจทย์ Security Questions แล้วคลิ๊กที่กล่องสี่เหลี่ยมด้านล่าง
เพื่อยอมรับเงื่อนไขต่างๆ แล้วกด Open Live Account



3. หลังจากนั้นคุณจะได้เจอกับหน้าแสดงความยินดี แล้วให้คุณไปเช็คเมล์ของคุณ คุณจะได้รับลิงค์เพื่อยื่นยันตัวตน ให้กดที่ลิงค์นั้น


4. เมื่อกดลิงค์ที่ได้รับจากเมล์แล้ว คุณจะได้เจอกับหน้าแสดงความยินดีอีกครั้งสำหรับการยืนยันเมล์ของคุณ  และคราวนี้
ทางโบรคเกอร์ก็จะส่งหมายเลข ID และ Password ไปให้คุณทางเมล์ คุณก็เข้าไปเช็คเมล์ของคุณอีกรอบ


5. อีเมล์ที่คุณได้รับจะมีหน้าตาแบบนี้  จะมีID และ Password 2 ชุด ชุดแรก จะใช้กับการล็อกอิน เข้าเว็บไซด์ ส่วนอีกชุด
จะใช้ล็อกอิน เข้าโปรแกรม MT4 และ จะมีลิ้งค์ ดาวน์โหลด โปรแกรมเทรด MT4 และลิงค์เพื่อเข้าหน้ารายการหลักของคุณ เลือกที่ MyHotForex เพื่อเข้าหน้าหลักของคุณ


6. ใส่รหัส ID และ Password เพื่อเข้าหน้าเว็บหลักของคุณ


7. การยืนยันตัวตน เมื่อเข้าหน้าหลัก ให้คุณเลือกข้อ 1 เพื่อเข้าไปทำการยืนยันตัวตน


8. หลังจากนั้นอัพโหลดไฟล์ บัตรประชาชน,พาสปอร์ต หรือใบขับขี่ ไปเพื่อยืนยันตัวบุคคล (PLE) และอกสารใบเสร็จ ใบแจ้งหนี้ บิลต่างๆที่มีชื่อคุณอยู่ในนั้น เพื่อยืนยันที่อยู่ (POA) ไฟล์เอกสารที่ส่งจะต้องเป็น PDF หรือ JPG format เท่านั้น

จากนั้นคุณก็แค่รอให้ทางโบรคเกอร์ตรวจสอบและอนุมัติเท่านั้น ถือว่าเสร็จสิ้นขั้นตอนสมัครเรียบร้อยค่ะ

วิธีสมัคร IronFX





1.เข้าไปที่หน้าเว็บเพื่อสมัคร http://www.ironfx.com/

2. กรอกข้อมูลเบื้องต้น


3. กรอกรายละเอียดของเราซึ่งเป็นเจ้าของบัญชีตามตัวอย่าง


4. ขั้นตอนการยืนยันตัวตน ด้วยการส่งเอกสาร เราอาจจะทำทีหลังก็ได้ โดยการยืนยันตัวบุคคล จะใช้เป็น บัตรประชาชน พาสปอร์ต หรือ ใบขับขี่ และการยืนยันที่อยู่ จะใช้เป็นใบเสร็จ บิลเรียกเก็บเงินต่างๆก็ได้ แต่ในส่วนของการยอมรับเงื่อนไขต้องทำเครื่องหมายด้วยก่อนที่จะดำเนินการขั้นต่อไป



หลังจากจบขั้นตอนนี้ก็เสร็จเรียบร้อย จะมีหน้าแสดงความยินดีขึ้นมา แล้วตัดเข้าไปที่จะทำการฝากเงินเข้าบัญชี และเมนูหลักอื่นๆขึ้นมาให้ สังเกตว่าด้านบนจะเป็นชื่อ และชื่อเล่นทีคุณตั้งให้กับพอร์ตของคุณอยู่


5. เมนูการเลือกฝากเงิน


สำหรับเรื่องการฝากถอนเงิน ถ้าคุณฝากทางช่องทางไหน ก็จะต้องถอนผ่านช่องทางนั้น ส่วนการฝากผ่านบัตร เครดิต เดบิต เวลาถอนคุณจะถอนผ่านบัตรได้เฉพาะเงินต้นที่คุณฝาก ส่วนกำไรส่วนต่างทางโบรคเกอร์จะส่งให้คุณผ่านทางธนาคาร

วิธีสมัคร ROBOforex



เข้าสู่เว็บไซต์ http://www.roboforex.com
กดเปิดบัญชีที่ปุ่ม Open live account ตามรูปภาพด้านล่าง


กรอกรายละเอียด ให้ครบทุกช่อง ตามตัวอย่างด้านล่าง กด Confirm เพื่อยืนยันการสมัคร

- ต้องการรับเงินฟรี ต้องเลือก บัญชีแบบ Pro-Cent หรือ Fix-Cent
- แนะนำให้เลือก Pro-Cent เพราะ ทศนิยม 5 ตำแหน่ง
- แนะนำให้เลือก เลือก Leverage  1 :500
- ถ้าทุนเยอะ แนะนำให้เปิดแบบ Pro-Standard ไปเลยนะครับ Deposits ขั้นต่ำ 50 เหรียญ

เปิดที่อีเมล์ เพื่อรับ Code ยืนยันการเปิดบัญชี


การยืนยันสามารถทำได้ 2 อย่างคือ กดที่ลิงค์เมล์ หรือนำ Code กรอกยืนยันก็ได้



ถ้าทุกอย่างถูกต้อง ระบบจะขึ้นว่า การสมัครเรียบร้อยแล้ว จะโชว์รายละเอียดบัญชีที่เปิด


หลังจาก Verify บัญชีเรียบร้อยแล้ว สามารถขอ Bonus ฟรี 5 $ ได้